พ่อ แม่ สามารถขายที่ดินของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้หรือไม่

การที่ลูกของเรามีทรัพย์สินที่เป็นที่ดินที่ได้มาจาก เจ้าคุณลุงยกให้เป็นทรัพย์สินหรือลูกของเราได้รับมาโดยพินัยกรรม วันหนึ่งเราในฐานะ พ่อ แม่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูและลูกซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้เยาว์อยู่  จะทำการขายที่ดินดังกล่าวเพื่อนำมาใช้เพื่อการศึกษาของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้หรือไม่

ในนี้ผมจะมาให้ความรู้ในเบื้องต้นว่าสามารถก็ทำได้หรือไม่ประการใด  เราต้องเข้าใจก่อนว่าการทำสัญญาซื้อขายนั้นมีลักษณ์เป็นประการใด

ซื้อขาย คือ สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า  ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

การที่ พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูแลผู้เยาว์จะขายที่ดินนั้นให้แก่บุคคลอื่น ย่อมเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของลูกให้แก่บุคคลอื่นไป  โดยปกติแล้ว พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองมีหน้าที่ดูแลผู้เยาว์    และจะต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์ เพราะในขณะนั้นลูกของเรายังไม่สามารถที่จะตัดสินใจอะไรได้     เพราะความสามารถนั้นยังถูกจำกัดเพราะความเป็นผู้เยาว์  หากกระทำไปอาจจะเสียเปรียบได้เพราะความไม่รู้เท่าถึงการณ์และยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ  เมื่อพ่อแม่จะขายที่ดินซื้อเป็นการจำหน่ายกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ซึ่งเป็นการทำให้ผู้เยาว์ต้องเสียประโยชน์ในที่ดินนั้นไปให้แก่บุคคลอื่น

กฎหมายจึงมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองผู้เยาว์และรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์    กฎหมายจึงกำหนดให้พ่อแม่ผู้ใช้อำนาจปกครองที่จะขายที่ดินดังกล่าวของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์       จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการบางอย่างที่สำคัญของผู้เยาว์          เมื่อศาลได้ไต่สวนแล้วเห็นว่าเป็นการสมควรก็สั่งอนุญาต       แล้วพ่อแม่อย่างเราจึงจะอาศัยคำสั่งอนุญาตของศาลไปทำนิติกรรมการซื้อขายได้       ทั้งนี้มิใช้ฉะเพราะการซื้อขายที่ดินของผู้เยาว์เท่านั้น    ที่จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ยังมีนิติกรรมอื่นๆ  ซึ่งมีความสำคัญอีกที่จะต้องได้รับความอนุญาตจากศาลก่อน  ยกตัวอย่างเช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินสามปี , ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง  ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ เป็นต้น

แต่มีพ่อแม่บ้างกลุ่มไม่อยากขออนุญาตจากศาลก่อนเพราะเหตุว่ามีความยุ่งยากมาก  จึงให้ผู้เยาว์เป็นผู้ทำนิติกรรมการซื้อขายที่ดินเอง      โดยที่พ่อแม่เปน็Hjkkdf็นผู้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมการซื้อขายของผู้เยาว์ มีปัญหาว่านิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์หรือไม่      ผลก็คือ การที่พ่อแม่กระทำเช่นนั้นถือว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยงการขออนุญาตจากศาล ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย นิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้เป็นโมฆะ

สรุปว่า หากเราจะขายที่ดินของผู้เยาว์ พ่อแม่อย่างเราจะต้องของอนุญาตจากศาลก่อนที่จะทำนิติกรรมการซื้อขายที่ดินนั้น  เพื่อให้ศาลตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งว่าสมประโยชน์ของผู้เยาว์หรือไม่ เพื่อมุ่งประสงค์คุ้มครองผู้เยาว์           อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่   4984/2537 และ 3169/2524

 

Be Sociable, Share!