ปัญหา และการแก้ไขภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีปัญหา

ปัญหา และการแก้ไขภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีปัญหา

ภาพของกล้องวงจรปิดเวลาเจอแสงจะเป็นสีขาว

overmode

อาการ

เวลากลางคืน ภาพเป็นปกติ

เวลากลางวัน เมื่อมีแสง ภาพจะเป็นสีขาว

กล้องวงจรปิด

สาเหตุ

การตั้งค่า LENS ในกล้องวงจรปิด นั้นไม่ถูกต้อง

การแก้ไข

ให้เข้า MENU กล้องเพื่อปรับ LENS จาก DC ไปเป็น MANUAL ตามขั้นตอนข้างล่างนี้

Chick ปุ่มตรงกลาง จะมี Menu ขึ้นมายังหน้าจอ

ให้สังเกตที่สายของกล้องทุกตัวจะมีปุ่มควบคุม ได้แก่ เลื่อนซ้าย  เลื่อนขวา เลื่อนขึ้นบน เลื่อนลงล่าง  กดลงกลาง

จะสังเกตเห็นว่า ในเมนูแรกชื่อว่า LENS เป็น DC ให้เลื่อนลูกศร ไปด้านซ้ายหรือขวา เพื่อปรับให้เป็น MANUALlens-dclens-manual

เลื่อนไปสุดท้าย Chick  SAVE&ENDsave-end

ภาพจาก กล้องวงจรปิด ไม่เต็มจอ ส่วนข้างล่างกระพริบ

cvbs-ntsc

อาการ

ด้านล่างของภาพ มีแถบขึ้นมา

มีอักษรตัว N ขึ้นที่จอ

สาเหตุเกิดจาก

โดยปกติระบบโทรทัศน์ในไทยจะใช้เป็นระบบ PAL ซึ่งตัวกล้องวงจรปิด และเครื่องบันทึก ก็ต้องปรับใช้ระบบ PAL เช่นกัน แต่ปัญหานี้เกิดขึ้น เพราะกล้องวงจรปิด ใช้งานในระบบ NTSC จึงทำให้ภาพที่ได้เกิดการสั่นขึ้น

การแก้ไข

เลื่อนลูกศร ลงด้านล่าง Down ค้างไว้สัก 5 วินาที จะมีเสียงติ๊ด ดังขึ้น

ภาพจะกลับมาปกติ และตัว N หายไป

normal-cam

ภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่ขึ้น และมีเครื่องหมายกากบาท

incorrect-mode

อาการ

ภาพไม่ขึ้น และมีเครื่องหมาย กากบาท

เกิดจากสาเหตุ

ปรับโหมดการใช้งานของกล้องไม่ถูกต้อง   เพราะมืออาจไปโดนปุ่ม ทำให้โหมดสลับกัน

การแก้ไข

ที่ตัวสายกล้องจะมีปุ่มปรับโหมด ระหว่าง CVBS และ AHD

เลื่อนไปทางขวา R ค้างไว้ 5 วินาที หรือจนกว่าภาพจะขึ้นที่จอ

 

จับตาโค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐฯ

จับตาโค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐฯ

เดือนพฤศจิกายน ใกล้ถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเข้ามาแล้ว ระหว่างการดีเบตรอบสุดท้าย ทั้งนายทรัมป์และนางคลินตัน ยังคงไม่มีการจับมือทักทายตั้งแต่ต้นจนจบ และยังคงเสนอนโยบายที่แตกต่างกันในแบบสุดขั้วเกือบทุกด้าน  เริ่มจากในประเด็นผู้อพยพ ซึ่งยังเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก

“ทรัมป์” ได้เสนอการสร้างกำแพงที่ชายแดนของประเทศ และประกาศนิรโทษกรรมผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายถือเป็นหายนะ  ขณะที่ “คลินตัน” เสนอนโยบายแบบประนีประนอม นั่นคือ การปฏิรูปกฎหมายใหม่ที่ครอบคลุมถึงการอพยพด้วย ซึ่งคลินตันก็ได้กล่าวโจมตีทรัมป์ว่า   ทรัมป์เองยังใช้แรงงานไม่ขึ้นทะเบียนในการก่อสร้าง “ทรัมป์ ทาวเวอร์” ด้วยซ้ำ นับเป็นการปะทะคารมกันอย่างดุเดือด

ด้านนโยบายเศรษฐกิจและภาษี คลินตัน ยืนยัน จะดำเนินนโยบายสร้างงานใหม่ ขยายฐานของชนชั้นกลาง และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเพื่อลดช่องว่างอัตราเงินเดือนระหว่างชาย – หญิง รวมทั้งการให้ความสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก และนโยบายเรียนฟรีในมหาวิทยาลัย  ซึ่งนโยบายของเธอจะทำให้เกิดการจ้างงานได้ราว 10 ล้านคน ขณะที่นโยบายทรัมป์ กลับทำให้ตกงานถึง 3.5 ล้านคน

ในส่วนของ ทรัมป์ ยังคงยืนยันนโยบายลดภาษีคนรวย  และเดินหน้าในภาคอุตสาหกรรมอีกครั้ง รวมไปถึงการยกเลิกข้อตกลงทางการค้าของนายโอบามา ทั้งหมด พร้อมทั้งระบุว่า การตกลงการค้าเสรี NAFTA ของ นาย บิล คลินตัน สามีของนาง คลินตัน (ซึ่งเป็นคู่แข่งในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งนี้) เป็นข้อตกลงที่แย่ที่สุด และจะยกเลิกนโยบาย โอบามาแคร์ พร้อมกับโจมตีคลินตัน กรณีสงครามอิรัก โดยระบุว่าการแทรกแซงของคลินตัน เป็นสาเหตุให้เกิดขบวนการ ISIS และบอกว่า การที่ทหารอิรักปฏิบัติการยึดเมืองโมซุลคืนจาก ISIS ได้  เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้าเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างย้ำวิสัยทัศน์ของแต่ละคนทิ้งท้ายก่อนปิดเวที โดยนางคลินตันระบุว่า “ฉันต้องการโอกาสจากอเมริกันชนในการเลือกฉัน  และประชาชนทุกคนจะมีความสามารถ พรสวรรค์ พลัง และความทะเยอทะยาน ในการช่วยสร้างประเทศแห่งนี้ในแบบที่ควรจะเป็นได้” ส่วนทรัมป์เองปิดการดีเบตด้วยหลักคิดจูงใจว่า “ผมเป็นคนเด็ดเดี่ยวทั้งด้านการทหาร รวมถึงความยุติธรรม เราไม่สามารถมีอีก 4 ปีต่อจากนี้ในแบบโอบามาได้  ดังนั้น การชนะเลือกตั้งในครั้งนี้จะต้องไม่เป็นคลินตัน”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยมองว่า ภาพรวมในปัจจุบันดูเหมือนว่า นาง คลินตันจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ  แต่คะแนนเสียงโดยรวมยังคงใกล้เคียงกันมาก เพราะความไม่พอใจในการ โจมตีสถานกงสุลสหรัฐในเบงกาซี เป็นข้อผิดพลาดใหญ่เมื่อครั้งที่คลินตัน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คะแนนนิยมของเธอลดลง เป็นอีกสถานการณ์ที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิดทีเดียว

แนะ 5 วิธี ทำอาหาร แบบฉบับแม่บ้านมือใหม่

%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0-5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการ ทำอาหาร นั้นเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่ก็ยังเป็นเรื่องง่ายสำหรับอีกหลายๆ คนเช่นกัน แต่สำหรับคุณแม่บ้านมือใหม่ในยุคปัจจุบันนี้เชื่อว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการ ทำอาหาร เพราะหลายคนทำไม่เป็น โดยข้อดีของการ ทำอาหาร รับประทานเองนั้นนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารสำเร็จรูปรับประทานเป็นประจำแล้ว ยังมีข้อดีคือสามารถเลือกวัตถุดิบได้ด้วยตัวเอง สามารถทำเมนูที่อยากรับประทานได้ไม่น่าเบื่อจำเจด้วย สำหรับ 5 วิธีการ ทำอาหาร แบบฉบับแม่บ้านมือใหม่มีดังนี้

หนังสือ

หนังสือสอน ทำอาหาร เป็นตำราที่ยังสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งคุณแม่บ้านมือใหม่สามารถเลือกซื้อหนังสือและทำตามได้ทันที ซึ่งจะมีสูตรโดยระบุวัตถุดิบ ปริมาณเครื่องปรุงสำหรับใช้ในการปรุงอาหาร โดยอาจจะเลือกเป็นหนังสือแบบดั้งเดิม หรือหนังสือออนไลน์อย่างอีบุ๊คก็ได้ซึ่งสามารถดูได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ

ยูทูป

ยูทูปคือโปรแกรมดูวิดีโอผ่านอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นโปรแกรมยอดนิยม ซึ่งมีวิดีโอสอนการ ทำอาหาร โดยดูผ่านออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นจึงสะดวกมากสำหรับคุณแม่บ้านมือใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการดูและทำเมนูอาหารต่างๆ ให้ง่ายและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

เฟซบุ๊ค

เฟซบุ๊คโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ซึงมีการสร้างเพจต่างๆ ในการสอน ทำอาหาร ซึ่งเป็นการแจกสูตรอาหาร บอกกล่าววิธีการทำ การคัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ ในการนำมาประกอบอาหาร ซึ่งเป็นการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างเป็นประโยชน์

คนในบ้าน

คนในบ้านเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการสอน ทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณยาย หรือคุณพ่อบ้านซึ่งมีฝีมือในการ ทำอาหาร นอกจากจะเป็นทำเพื่อรับประทานเองแล้ว ยังเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีของกันและกันภายในครอบครัวอีกด้วย

โรงเรียนสอนทำอาหาร

โรงเรียนสอน ทำอาหาร เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคุณแม่บ้านมือใหม่ที่ช่วยในการอำนวยความสะดวก โดยมีคอร์สที่เปิดเพื่อสอนการ ทำอาหาร โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยสอนในเรื่องของทฤษฎีอย่างการทำความรู้จักกับส่วนผสม เครื่องปรุงต่างๆ อุปกรณ์เครื่องใช้ และการปฏิบัติหรือลงมือ ทำอาหาร ด้วยตัวเองเพื่อให้สามารถรับประทานเอง หรือสามารถทำเป็นอาชีพในการเป็นแม่ครัว พ่อครัวก็ได้

แม่บ้านมือใหม่ในยุคปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะทำงานนอกบ้านด้วย ดังนั้นหลายคนจึงไม่มีเวลาในการ ทำอาหาร ภายในบ้าน หรือมีปัญหาการ ทำอาหาร ไม่เป็น ดังนั้นจึงทำให้เกิดวิธีการเรียนรู้โดยสามารถดูวิธีการ ทำอาหาร ได้จากหนังสือ ยูทูป เฟซบุ๊ค ให้คนในบ้านไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่คุณแม่ คุณยายเป็นผู้สอน และโรงเรียนสอน ทำอาหาร เพื่อจะได้สามารถทำได้ด้วยตัวเองและเพื่อคนในครอบครัวได้รับประทานอีกด้วย

 

แชร์ 5 เทคนิค ทำอาหาร ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง

แชร์ 5 เทคนิค ทำอาหาร ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง

%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-5-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a

การลดน้ำหนักความจริงแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะปัจจัยหลักเกิดจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน ดังนั้นการ ทำอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนักจึงเป็นทางเลือกที่แนะนำ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เป็นห่วงและใส่ใจในเรื่องของรูปร่างมากเป็นพิเศษ การ ทำอาหาร ลดน้ำหนักสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่เริ่มจากการ ทำอาหาร ด้วยตัวเอง เพราะสามารถเลือกวัตถุดิบ เครื่องปรุงรส วิธีการทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับ 5 เทคนิคการ ทำอาหาร ลดน้ำหนักด้วยตัวเองมีดังนี้

เน้นผัก

แนะนำให้คุณสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก ทำอาหาร โดยเน้นใช้ผักในการปรุงอาหาร โดยเฉพาะเมนูอาหารที่ใช้ผักเป็นหลักอย่างสลัด ต้มซุปผัก ยำผักต่างๆ เพราะผักมีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการย่อยอาหารช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติไม่เกิดไขมันสะสมด้วย

เลี่ยงใช้น้ำมัน

การ ทำอาหาร สำหรับคุณสาวๆ ที่ลดน้ำหนักควรจะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน โดยเฉพาะเมนูทอด ซึ่งการรับประทานอาหารประเภททอดมากและเป็นประจำจะทำให้เกิดการสะสมและเป็นไขมันในร่างกายด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำเมนูที่ไม่ใช้น้ำมันในการปรุงอาหาร หรือเลือกใช้อุปกรณ์ครัวอย่างกะทะที่เป็นแบบไม่ต้องใช้น้ำมันในการทอด เพื่อลดโอกาสอาหารมีน้ำมันสะสม

ปรุงให้น้อย

การ ทำอาหาร ที่อยากจะแนะนำให้คุณสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักอยู่นั้นควรจะปรุงด้วยการใช้เครื่องปรุงให้น้อยลง โดยเฉพาะเครื่องปรุงที่มีรสเค็ม เพราะในเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วมีปริมาณโซเดียมจำนวนมากซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการตัวบวม และน้ำหนักขึ้นได้ง่ายด้วย

ปริมาณพอเหมาะ

ควร ทำอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละมื้อควรทำพอรับประทาน ไม่ควรทำในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งแบ่งการ ทำอาหาร ในแต่ละมื้อให้มีความหลากหลาย โดยแบ่งเป็นปริมาณแป้ง ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยอาจจะเลือกรับประทานข้าว หรือก๋วยเตี๋ยวก็ได้ตามความต้องการ

เน้นอาหารเช้า

การ ทำอาหาร สำหรับคุณสาวๆ ที่ลดน้ำหนักควรจะเน้นมื้อเช้ามากที่สุด เพราะเป็นมื้ออาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย และในช่วงเวลาเช้านี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สามารถเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น โดยขอแนะนำให้เวลาเย็นหรือมื้อกลางคืนนั้นควรลดปริมาณลง และเลือกรับประทานอาหารที่ไขมันน้อย เน้นอาหารสุขภาพ เช่น สลัดผักไข่ต้ม ต้มจืด ต้มซุป หรือยำผักต่างๆ

อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้น้ำหนักขึ้น หรือน้ำหนักลงได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้คุณสาวๆ ที่รักในการดูแลรูปร่างของตนเองควรจะ ทำอาหาร รับประทานเองเพื่อช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก โดยเน้นผัก หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน อาหารประเภททอด ใช้เครื่องปรุงรสต่างๆ ให้น้อย ทำอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะ และเน้น ทำอาหาร เช้าเพื่อรับประทานให้หนักกว่ามื้ออื่นๆ

 

พ่อ แม่ สามารถขายที่ดินของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้หรือไม่

การที่ลูกของเรามีทรัพย์สินที่เป็นที่ดินที่ได้มาจาก เจ้าคุณลุงยกให้เป็นทรัพย์สินหรือลูกของเราได้รับมาโดยพินัยกรรม วันหนึ่งเราในฐานะ พ่อ แม่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูและลูกซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้เยาว์อยู่  จะทำการขายที่ดินดังกล่าวเพื่อนำมาใช้เพื่อการศึกษาของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์ได้หรือไม่

ในนี้ผมจะมาให้ความรู้ในเบื้องต้นว่าสามารถก็ทำได้หรือไม่ประการใด  เราต้องเข้าใจก่อนว่าการทำสัญญาซื้อขายนั้นมีลักษณ์เป็นประการใด

ซื้อขาย คือ สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า  ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

การที่ พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูแลผู้เยาว์จะขายที่ดินนั้นให้แก่บุคคลอื่น ย่อมเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของลูกให้แก่บุคคลอื่นไป  โดยปกติแล้ว พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ปกครองมีหน้าที่ดูแลผู้เยาว์    และจะต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์ เพราะในขณะนั้นลูกของเรายังไม่สามารถที่จะตัดสินใจอะไรได้     เพราะความสามารถนั้นยังถูกจำกัดเพราะความเป็นผู้เยาว์  หากกระทำไปอาจจะเสียเปรียบได้เพราะความไม่รู้เท่าถึงการณ์และยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ  เมื่อพ่อแม่จะขายที่ดินซื้อเป็นการจำหน่ายกรรมสิทธิ์ของผู้เยาว์ซึ่งเป็นการทำให้ผู้เยาว์ต้องเสียประโยชน์ในที่ดินนั้นไปให้แก่บุคคลอื่น

กฎหมายจึงมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองผู้เยาว์และรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์    กฎหมายจึงกำหนดให้พ่อแม่ผู้ใช้อำนาจปกครองที่จะขายที่ดินดังกล่าวของลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์       จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการบางอย่างที่สำคัญของผู้เยาว์          เมื่อศาลได้ไต่สวนแล้วเห็นว่าเป็นการสมควรก็สั่งอนุญาต       แล้วพ่อแม่อย่างเราจึงจะอาศัยคำสั่งอนุญาตของศาลไปทำนิติกรรมการซื้อขายได้       ทั้งนี้มิใช้ฉะเพราะการซื้อขายที่ดินของผู้เยาว์เท่านั้น    ที่จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ยังมีนิติกรรมอื่นๆ  ซึ่งมีความสำคัญอีกที่จะต้องได้รับความอนุญาตจากศาลก่อน  ยกตัวอย่างเช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินสามปี , ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง  ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ เป็นต้น

แต่มีพ่อแม่บ้างกลุ่มไม่อยากขออนุญาตจากศาลก่อนเพราะเหตุว่ามีความยุ่งยากมาก  จึงให้ผู้เยาว์เป็นผู้ทำนิติกรรมการซื้อขายที่ดินเอง      โดยที่พ่อแม่เปน็Hjkkdf็นผู้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมการซื้อขายของผู้เยาว์ มีปัญหาว่านิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์หรือไม่      ผลก็คือ การที่พ่อแม่กระทำเช่นนั้นถือว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยงการขออนุญาตจากศาล ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย นิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้เป็นโมฆะ

สรุปว่า หากเราจะขายที่ดินของผู้เยาว์ พ่อแม่อย่างเราจะต้องของอนุญาตจากศาลก่อนที่จะทำนิติกรรมการซื้อขายที่ดินนั้น  เพื่อให้ศาลตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งว่าสมประโยชน์ของผู้เยาว์หรือไม่ เพื่อมุ่งประสงค์คุ้มครองผู้เยาว์           อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่   4984/2537 และ 3169/2524

 

การเช่าซื้อรถยนต์ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีกรรมสิทธิ์หรือไม่

ในสภาพสังคมปัจจุบันส่วนใหญ่ในการซื้อขายกันนั้น หากเป็นของที่มีราคาค่างวดมาก คู่สัญญามักจะทำทำสัญญาในรูปแบบการเช่าซื้อมากกว่า  เพราะว่าไม่ต้องนำเงินไปจ่ายเป็นก้อนๆ ในการซื้อสิ่งของนั้นๆ   วันนี้ผมจึงจะให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบในการทำสัญญาเช่าซื้อว่าเป็นประการใด ใครเป็นผู้มีอำนาจให้เช่าซื้อได้บ้าง

การเช่าซื้อนั้น คือ สัญญาซื้อเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า  และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์นั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า  กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นงวดเท่านั้นเท่านี้คราว

สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ  เป็นโมฆะ

ยกตัวอย่างเช่น การที่เราทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวที่เราเช่าซื้อมานั้นยังคงเป็นของบริษัทหรือห้างร้านนั้นๆ  จนกว่าเราในฐานะผู้เช่าซื้อจะชำระเงินตามจำนวนงวดที่เราได้ตกลงผ่อนชำระให้แก่บริษัทหรือห้างร้าน   เมื่อเราในฐานะผู้เช่าซื้อได้ชำระเงินตามจำนวนงวดที่ได้ตกลงจนครบ  กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวจึงตกเป็นของเราในทันทีเมื่อชำระจนครบถ้วนตามที่ตกลงกันไว้

แล้วใครละครับที่สามารถให้เช่าซื้อได้บ้างมีความจำเป็นหรือไม่ว่าห้างร้านหรือบริษัทเหล่านั้นจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อก่อน หากว่าขณะทำสัญญาเช่าซื้อบริษัทห้างร้านเหล่านั้นยังไม่มีกรรมสิทธิ์จะสามารถทำสัญญาเช่าซื้อกับเราได้หรือไม่  ซึ่งวันนี้ผมจะมาให้คำตอบ

บุคคลผู้มีอำนาจให้เช่าซื้อได้ ประการแรกจะต้องเป็น  “เจ้าของทรัพย์” ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันที่ให้เช่าซื้อ และ หมายความรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วยกฎหมาย

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ไปเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากบริษัทของผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งยังผ่อนชำระยังไม่หมด     นำมาทำสัญญาเช่าซื้อกับเรามีปัญหาว่าสามารถก็ทำได้ไม่  คำตอบคือบริษัทหรือห้างร้านต่างสามารถนำรถยนต์คันดังกล่าวมาทำสัญญาเช่าซื้อกับเราได้เพราะว่า  เจ้าของทรัพย์ หมายความรวมถึงผู้ที่จะมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วยกฎหมายนั้นเอง ประกอบการที่เราทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคตนั้นเอง   เพราะฉะนั้นบริษัทหรือห้างร้านต่างๆยังหาจำต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ในขณะนั้นให้แก่เรา   เพียงแต่เมื่อเราชำระค่างวดครบถ้วนแล้ว   บริษัทและห้างร้านต่างๆพร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่เรา

แสดงให้เห็นว่าผู้ให้เช่าซื้อแม้ในขณะนั้นจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินก็สามารถทำสัญญาเช่าซื้อในทรัพย์สินนั้นได้  แต่ต้องปรากฎว่าผู้ให้เช่าซื้อคนดังกล่าวจะต้องได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบ  สัญญาเช่าซื้อที่ทำขึ้นนั้นสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ  อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่  6862/2550 และคำพิพากษาฎีกาที่ 7404/2547